ถ้าถามว่าเทรนด์ธุรกิจเครื่องดื่มในปีนี้อะไรมาแรงที่สุด? หลายคนอาจจะนึกถึงกาแฟ Specialty หรือชานมไข่มุกแบบเดิมๆ แต่เดี๋ยวก่อนครับ… ถ้าคุณกำลังมองหาโอกาสการลงทุน หรือกำลังอยากเป็นเจ้าของธุรกิจสักตัว ผมอยากให้คุณหยุดดูแบรนด์นี้ก่อน
“PIMS”
ชื่อนี้อาจจะใหม่ในหูคนไทยบางกลุ่ม แต่สำหรับสาย Café Hopper และนักลงทุนที่จับตามองตลาด Global Brand จะรู้ดีว่า PIMS คือคลื่นลูกใหม่ที่น่ากลัวมาก (ในทางที่ดี) เพราะนี่ไม่ใช่แค่ร้านขายน้ำ แต่มันคือ “PIMS แฟรนไชส์เครื่องดื่ม” ที่กำลังเปลี่ยนนิยามการดื่มชาของคนรุ่นใหม่ไปอย่างสิ้นเชิง
วันนี้ผมจะพามาเจาะลึกแบบม้วนเดียวจบ ตั้งแต่ที่มาที่ไป รสชาติที่เป็น Signature ไปจนถึงตัวเลขการลงทุนที่คุณต้องรู้ ถ้าอยากเป็นพาร์ตเนอร์กับแบรนด์ที่กำลังจะระเบิดฟอร์มในไทยครับ

| ปีที่ก่อตั้ง | – |
| ปีที่ขายแฟรนไชส์ | – |
| ประเทศ | Thailand | Asia |
| กลุ่มประเทศ | ASEAN Economic Community (AEC) |
ย้อนกลับไปช่วงปี 2020 ช่วงเวลานั้นโลกของเรากำลังเจอกับความท้าทายมากมาย แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ PIMS ถือกำเนิดขึ้นในช่วงเวลานั้น ในฐานะแบรนด์ชาและเครื่องดื่มสมัยใหม่ (Modern Tea & Beverage Brand)
จุดเริ่มต้นของ PIMS ไม่ได้เริ่มจากการตั้งเป้าจะเป็นแค่ร้านขายน้ำทั่วไป แต่วาง Positioning ตัวเองเป็น “Lifestyle Brand” ตั้งแต่วันแรก สิ่งที่ทำให้ PIMS เติบโตอย่างก้าวกระโดดไม่ใช่แค่รสชาติ แต่คือพลังของ Social Media และการสร้าง Community ครับ
เชื่อไหมครับว่า ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี PIMS ขยายอาณาจักรจากแบรนด์น้องใหม่ กลายเป็นเชนแฟรนไชส์ระดับนานาชาติ ที่มีสาขาไปแล้วถึง 8 ประเทศ 51 เมือง รวมกว่า 118 สาขาทั่วโลก! ตัวเลขนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มาจากการวางระบบ Operation และ Branding ที่แข็งแกร่งมาก
และข่าวดีที่สุดคือ “ตอนนี้ PIMS มาถึงประเทศไทยแล้ว”

ในฐานะคนทำ SEO และนักการตลาด ผมเห็นแบรนด์เครื่องดื่มเกิดใหม่ทุกวันครับ แต่ส่วนใหญ่มักจะ “ซ้ำเดิม” แต่สำหรับ PIMS แฟรนไชส์เครื่องดื่ม เจ้านี้ เขามีจุดขายที่เรียกว่า Unique Selling Point (USP) ที่ชัดเจนจนน่าตกใจ
หัวใจสำคัญของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มคือ “Product” ครับ PIMS ไม่ได้ขายชานมไข่มุกเลี่ยนๆ แต่เขานำเสนอ “ชาหมักผสานผลไม้” (Fermented Tea with Fruits) ซึ่งให้รสชาติที่ซับซ้อน สดชื่น และมีมิติ
แต่ทีเด็ดจริงๆ คือ “PIMS Cream” ซิกเนเจอร์ครีมสูตรลับเฉพาะที่โปะอยู่ด้านบน มันไม่ใช่แค่วิปครีมธรรมดา แต่มันคือครีมที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ นุ่ม นวล และเข้ากับชาผลไม้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ จนเกิดเป็นเมนูยอดฮิตอย่าง “ALL IN” ที่ใครไปก็ต้องสั่ง
“PIMS ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่ม แต่คือไลฟ์สไตล์และยุคใหม่ของวัฒนธรรมการดื่มชา” — นี่คือนิยามที่แบรนด์บอกไว้ และผมเห็นด้วย 100%
ถ้าคุณสังเกตสาขาที่เปิดแล้วในไทยอย่าง One Bangkok (ชั้น 3 โซน Parade) หรือ Seacon Square (ชั้น 1 โซน Hall) คุณจะเห็นเลยว่า ร้านถูกออกแบบมาเพื่อ “คนรุ่นใหม่” โดยเฉพาะ
สีสัน การตกแต่ง Packaging ทุกอย่างถูกคิดมาแล้วว่า “ต้องถ่ายรูปสวย” และ “ต้องดูเท่” เมื่อถือแก้ว PIMS อยู่ในมือ นี่คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้า Gen Z และวัยทำงานตอนต้น (Early Working Age) ยอมจ่าย และกลายเป็นกระบอกเสียงโฆษณาให้แบรนด์ฟรีๆ บน Social Media
เอาล่ะครับ มาถึงพาร์ทที่นักลงทุนรอคอย การจะซื้อ PIMS แฟรนไชส์เครื่องดื่ม ต้องใช้อะไรบ้าง? และมีกี่แบบ?
ทาง PIMS เขาทำการบ้านมาดีมากครับ โดยแบ่งโมเดลธุรกิจออกเป็น 2 รูปแบบ เพื่อให้เหมาะกับทำเลและงบประมาณที่แตกต่างกัน:
โมเดลนี้เหมาะมากสำหรับพื้นที่ในห้างสรรพสินค้าที่มีคนเดินพลุกพล่าน (High Traffic) พื้นที่จำกัดแต่เน้นยอดขายแบบ Grab & Go
จุดเด่น: ใช้พื้นที่น้อย, เข้าถึงลูกค้าได้ง่าย, การจัดการไม่ซับซ้อน
Franchise Fee (ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์): 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ตีเป็นเงินไทยคร่าวๆ ประมาณ 6-7 แสนบาท ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน)
อันนี้คือจัดเต็มครับ เป็นร้านที่มีที่นั่ง (Full Concept with Seating) เหมาะสำหรับทำเลที่ต้องการสร้าง Experience ให้ลูกค้ามานั่งชิล นั่งทำงาน หรือถ่ายคอนเทนต์
จุดเด่น: สร้าง Branding ได้เต็มที่, เพิ่มโอกาสในการขายเมนูที่หลากหลายขึ้น, ลูกค้าใช้เวลาในร้านนานขึ้น
Franchise Fee (ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์): 34,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.1 – 1.2 ล้านบาท)
การลงทุนมีความเสี่ยง แต่การลงทุนที่มีข้อมูลรองรับจะช่วยลดความเสี่ยงนั้นลงครับ มาดูตัวเลขที่ทาง PIMS ให้มากัน
Royalty Fee: 7% ของยอดขาย
วิเคราะห์: บางคนอาจมองว่า 7% ดูเหมือนเยอะ แต่สิ่งที่แลกมาคือ “การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง” (Ongoing Support) ทั้งเครื่องมือการตลาด ระบบปฏิบัติการ และสูตรเมนูใหม่ๆ ที่แบรนด์จะคิดค้นให้ตลอด คุณไม่ต้องไปปวดหัวคิดเมนูเอง หรือจ้าง Agency ทำการตลาดแพงๆ
ROI (ระยะเวลาคืนทุน): ประเมินไว้ที่ 12 – 24 เดือน
วิเคราะห์: ตัวเลขนี้ถือว่า “สมเหตุสมผล” และเป็นมาตรฐานสำหรับธุรกิจ F&B (Food & Beverage) ที่มีความมั่นคงครับ ถ้าแบรนด์ไหนบอกคืนทุนใน 3 เดือน อันนั้นน่ากลัวกว่าครับ แต่ 1-2 ปี คือระยะเวลาที่แสดงถึงความยั่งยืนของธุรกิจ ขึ้นอยู่กับทำเล (Location) และการบริหารจัดการ (Management) ของคุณด้วย
| สาขา | รายละเอียด |
|---|---|
| แฟรนไชส์ทั่วประเทศ | สาขา |
การซื้อแฟรนไชส์ ไม่ใช่แค่การซื้อป้ายชื่อร้านมาแปะ แต่คือการซื้อ “ความสำเร็จ” ที่ถูกพิสูจน์มาแล้ว สิ่งที่คุณจะได้จาก PIMS แฟรนไชส์เครื่องดื่ม คือ:
สูตรลับและวัตถุดิบเฉพาะ: คุณจะได้สิทธิ์ใช้สูตรชาและ PIMS Cream ที่หาที่ไหนไม่ได้ คู่แข่งเลียนแบบยาก
Training System: ไม่ต้องกังวลว่าชงไม่เป็น หรือบริหารไม่เก่ง เขามีทีมงานเทรนให้ทั้งคุณและพนักงานของคุณแบบครบวงจร
Marketing Support: การสนับสนุนด้านการตลาดที่เข้มข้น เพื่อให้ร้านของคุณเป็น Talk of the Town ในโซเชียลมีเดีย
Modern Design: แบบร้านที่สวย ทันสมัย ดึงดูดลูกค้าได้ตั้งแต่แรกเห็น
ปัจจุบัน PIMS ในประเทศไทยเปิดให้บริการแล้ว 2 สาขา และทั้งสองสาขาก็ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญมาก:
📍 One Bangkok: แลนด์มาร์คใหม่ล่าสุดระดับโลก PIMS ปักหมุดที่นี่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพแบรนด์ที่ไม่ธรรมดา
📍 Seacon Square: ห้างสรรพสินค้าใหญ่ที่มีทราฟฟิกมหาศาล
การที่แบรนด์สามารถเข้าไปอยู่ในทำเลระดับนี้ได้ เป็นเครื่องการันตีความน่าเชื่อถือและมาตรฐานของแบรนด์ได้เป็นอย่างดีครับ
ในฐานะนักการตลาด ผมมองว่าตลาดเครื่องดื่มในไทยยังเติบโตได้อีกไกล “ถ้า” คุณเลือกแบรนด์ที่ใช่
PIMS แฟรนไชส์เครื่องดื่ม ตอบโจทย์ทุกข้อของการทำธุรกิจยุคใหม่:
✅ สินค้ามีเอกลักษณ์ (Product Differentiation)
✅ แบรนด์ดิ้งแข็งแกร่ง (Strong Branding)
✅ ฐานลูกค้าชัดเจน (Clear Target Audience)
✅ ระบบหลังบ้านพร้อม (Ready Operation)
ถ้าคุณไม่อยากเป็นแค่คนดูความสำเร็จของคนอื่น แต่ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจไลฟ์สไตล์ที่เติบโตไปพร้อมกับเทรนด์โลก PIMS คือคำตอบที่น่าสนใจที่สุดในนาทีนี้ครับ
อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป เพราะทำเลดีๆ มักไม่รอใคร