
Anytime Fitness
July 2, 2025
Kumon
July 8, 2025
- Master Franchise
CHAGEE
- By DEV N
"CHAGEE" : เจาะลึกโอกาสทอง แฟรนไชส์ชานมพรีเมียม สู่การลงทุนระดับโลก!
ท่ามกลางกระแสชานมไข่มุกและเครื่องดื่มชานมที่ยังคงร้อนแรงไม่หยุดในตลาดโลก หนึ่งในแบรนด์ที่กำลังสร้างปรากฏการณ์และได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกอย่างรวดเร็วคือ CHAGEE (ชาชีส) หรือที่รู้จักกันในชื่อเดิมว่า “霸王茶姬” แบรนด์ชาพรีเมียมสไตล์จีนที่ผสมผสานวัฒนธรรมชาดั้งเดิมเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ด้วยกลยุทธ์ “Managed Franchise Model” และการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำให้ CHAGEE กลายเป็น “Starbucks แห่งวงการชา” ที่ดึงดูดใจผู้ที่มองหาโอกาสลงทุนแฟรนไชส์ที่มั่นคงและมีศักยภาพสูง บทความนี้จะเจาะลึกทุกแง่มุมของแฟรนไชส์ CHAGEE สำหรับผู้ที่สนใจลงทุน ไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทยหรือต่างประเทศ เพื่อให้คุณมีข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจก้าวเข้าสู่ธุรกิจชาพรีเมียมระดับโลกนี้!
CHAGEE คืออะไร? ทำไมถึงน่าลงทุน?
CHAGEE ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 และได้พัฒนาตัวเองอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ชาพรีเมียมชั้นนำของโลก โดยมีจุดเด่นคือการนำเสนอ “Freshly Brewed Tea” หรือชาชงสด ที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง ผสมผสานกับนมสดแท้ (Fresh Milk Tea) และท็อปปิ้งที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ครีมชีสนุ่มละมุน ทำให้เกิดเป็นประสบการณ์การดื่มชาที่แตกต่างและยกระดับ ภาพลักษณ์ของแบรนด์มีความเป็น “Modern Tea House” ที่ผสมผสานความหรูหราแบบตะวันออกเข้ากับความทันสมัย ดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่ใส่ใจในคุณภาพและรสชาติ
กลยุทธ์ “Managed Franchise Model” หัวใจสำคัญสู่ความสำเร็จ
สิ่งที่ทำให้ CHAGEE โดดเด่นกว่าแฟรนไชส์อื่น ๆ คือการใช้ “Managed Franchise Model” ซึ่งเน้นการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานอย่างเข้มงวดทั่วโลก แฟรนไชส์ซีจะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ตั้งแต่ต้นจนจบ ทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ โมเดลนี้ช่วยให้ CHAGEE สามารถขยายสาขาได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ยังคงรักษาคุณภาพและประสบการณ์ของแบรนด์ไว้ได้
ศักยภาพตลาดและความสำเร็จของ CHAGEE
CHAGEE ไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่เป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขและสถิติต่าง ๆ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพมหาศาลของแบรนด์นี้:
การเติบโตของสาขาที่น่าทึ่ง
กว่า 6,400 สาขาทั่วโลก: ณ สิ้นปี 2024 CHAGEE มีจำนวนสาขารวมกว่า 6,440 แห่งทั่วโลก โดยกว่า 6,217 สาขาเป็นแฟรนไชส์ ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 83% จากปีก่อนหน้า
การขยายตัวทั่วเอเชียและเข้าสู่สหรัฐอเมริกา: CHAGEE มีสาขาครอบคลุมทั่วเอเชีย รวมถึงประเทศไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ และกำลังขยายเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเป็นแบรนด์ชาระดับโลก
เป้าหมาย 1,000-1,500 สาขาใหม่: CHAGEE มีแผนการเปิดสาขาใหม่ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 1,000-1,500 แห่งในปีนี้ (2025) ซึ่งตอกย้ำถึงความต้องการของตลาดและการขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง
ผลประกอบการที่โดดเด่น
มูลค่าการซื้อขายสินค้า (GMV) พุ่งสูง: ในปี 2024 CHAGEE มี GMV พุ่งสูงถึง 29.5 พันล้านหยวน (ประมาณ 4.04 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 173% จากปีก่อนหน้า
อัตรากำไรสุทธิสูง: แบรนด์นี้มีอัตรากำไรสุทธิที่น่าประทับใจถึง 20.3% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากในอุตสาหกรรม F&B
อัตราการปิดสาขาต่ำมาก: CHAGEE มีอัตราการปิดสาขาที่ต่ำมากเพียง 1.5% ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความสำเร็จในการดำเนินงานและโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่ง
กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์และประสิทธิภาพการดำเนินงาน
กลยุทธ์ “Top Single Product”: CHAGEE เน้นผลิตภัณฑ์หลักอย่าง “Fresh Milk Tea Series” ซึ่งทำยอดขายได้ถึง 91% ของ GMV ทั้งหมด โดยมีเพียง 3 ผลิตภัณฑ์หลักที่สร้างรายได้ถึง 61% ของ GMV ทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการ SKU ที่มีประสิทธิภาพ
ต้นทุนโลจิสติกส์ต่ำ: ต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของ CHAGEE คิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 1% ของ GMV ทั้งหมด ซึ่งเป็นผลมาจากการจัดการห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพสูง
รอบการหมุนเวียนสินค้าคงคลังรวดเร็ว: สินค้าคงคลังของ CHAGEE มีรอบการหมุนเวียนเพียง 5.3 วัน ซึ่งบ่งบอกถึงการจัดการสต็อกที่มีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงจากการเก็บสินค้า
ระบบอัตโนมัติและดิจิทัล: CHAGEE ลงทุนในระบบอัตโนมัติและดิจิทัลอย่างมาก ทำให้พนักงานใหม่สามารถเรียนรู้การเตรียมเครื่องดื่มมาตรฐานได้ในเวลาเพียง 8 วินาที ด้วยอัตราความคลาดเคลื่อนน้อยกว่า 0.2% ระบบ SOP (Standard Operating Procedures) ที่เป็นดิจิทัลและบูรณาการกับระบบออนไลน์ช่วยให้การจัดการร้านค้ามีประสิทธิภาพสูง แฟรนไชส์ซีจึงมีภาระการบริหารจัดการที่น้อยลง
การสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง
CHAGEE สร้างแบรนด์ที่เน้นภาพลักษณ์พรีเมียม ความซับซ้อนทางวัฒนธรรม และสุขภาพดี ด้วยการร่วมมือกับแบรนด์ดังระดับโลก เช่น Forbidden City, Angel Chen และ Van Gogh รวมถึงการสนับสนุนโดยนักเทนนิสชื่อดังอย่าง Zheng Qinwen สิ่งเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างการรับรู้และความภักดีของลูกค้า
ขั้นตอนการสมัครแฟรนไชส์ CHAGEE: เตรียมตัวอย่างไร?
การสมัครแฟรนไชส์ CHAGEE โดยทั่วไปจะมีขั้นตอนที่ชัดเจน แม้ว่ารายละเอียดเฉพาะอาจแตกต่างกันไปตามภูมิภาคและนโยบาย ณ เวลานั้น แต่จากข้อมูลในสัญญาแฟรนไชส์และแนวทางปฏิบัติทั่วไป สามารถสรุปได้ดังนี้:
การศึกษาข้อมูลเบื้องต้นและติดต่อสอบถาม (Inquiry):
ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์ โมเดลธุรกิจ และความต้องการเบื้องต้นของ CHAGEE
สำหรับผู้สนใจในต่างประเทศ รวมถึงประเทศไทย การติดต่อผ่านช่องทางอย่างเว็บไซต์ของ CHAGEE ในภูมิภาคใกล้เคียง (เช่น CHAGEE Malaysia มีตัวเลือก “Business opportunities” ในหน้าติดต่อ) เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
เตรียมข้อมูลส่วนตัว ประสบการณ์ทางธุรกิจ และศักยภาพทางการเงินเบื้องต้น
การยื่นใบสมัครและการเปิดเผยข้อมูล (Application Submission & Disclosure):
เมื่อได้รับการติดต่อจาก CHAGEE หรือตัวแทน แฟรนไชส์ซีจะต้องกรอกใบสมัครอย่างเป็นทางการ
CHAGEE จะมีการเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับแฟรนไชส์ให้แก่ผู้สมัคร เพื่อให้มั่นใจว่าผู้สมัครมีความเข้าใจในธุรกิจอย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจ
การพิจารณาและประเมินผล (Review & Assessment):
ทีมงานของ CHAGEE จะทำการตรวจสอบและประเมินคุณสมบัติของผู้สมัครอย่างละเอียด
ขั้นตอนนี้อาจรวมถึงการสัมภาษณ์ การตรวจสอบภูมิหลังทางการเงิน และการประเมินความเหมาะสมในการเป็นเจ้าของแฟรนไชส์
การอนุมัติและลงนามในสัญญา (Approval & Contract Signing):
หากคุณสมบัติผ่านเกณฑ์และได้รับการอนุมัติ จะมีการทำข้อตกลงและลงนามใน “Individual Store Franchise Contract”
สัญญาจะระบุรายละเอียดทั้งหมด รวมถึงเงื่อนไขการลงทุน ค่าธรรมเนียม ข้อกำหนดการดำเนินงาน และสิทธิหน้าที่ของทั้งสองฝ่าย
ข้อควรทราบ: ในบางประเทศ เช่น เกาหลีใต้ CHAGEE อาจมีข้อกำหนดให้มีการดำเนินงานร้านค้าโดยบริษัทเองอย่างน้อยหนึ่งปีก่อนที่จะเสนอโอกาสแฟรนไชส์ ซึ่งเป็นกลยุทธ์เพื่อสร้างฐานและทดสอบตลาด
การเตรียมความพร้อมและการเปิดร้าน (Preparation & Grand Opening):
หลังจากลงนามสัญญา แฟรนไชส์ซีจะต้องดำเนินการตามแผนการเปิดร้านที่ CHAGEE กำหนด
รวมถึงการหาทำเลที่ตั้ง การออกแบบและตกแต่งร้าน การจัดซื้ออุปกรณ์และวัตถุดิบ การฝึกอบรมพนักงาน และการขอใบอนุญาตที่จำเป็นทั้งหมด
ร้านค้าจะสามารถเปิดดำเนินการได้อย่างเป็นทางการหลังจากผ่านการตรวจสอบและอนุมัติจาก CHAGEE
การสนับสนุนและฝึกอบรมจาก CHAGEE
หนึ่งในจุดแข็งของแฟรนไชส์ CHAGEE คือการสนับสนุนที่ครอบคลุมจากบริษัทแม่ ซึ่งช่วยให้แฟรนไชส์ซีสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ:
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน: CHAGEE มีโปรแกรมการฝึกอบรมเทคโนโลยีการปฏิบัติงานเริ่มต้นให้กับพนักงานของแฟรนไชส์ซี พนักงานจะต้องผ่านการทดสอบก่อนที่ร้านจะสามารถเปิดได้
การจัดการห่วงโซ่อุปทาน: การจัดซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์จาก CHAGEE หรือซัพพลายเออร์ที่กำหนด ช่วยให้แฟรนไชส์ซีมั่นใจได้ในคุณภาพและความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์ รวมถึงการสนับสนุนในการแก้ไขข้อพิพาทกับซัพพลายเออร์
ระบบการจัดการร้านค้าอัตโนมัติ: ด้วย SOP ที่เป็นดิจิทัลและระบบอัตโนมัติสูง ทำให้แฟรนไชส์ซีมีภาระการบริหารจัดการที่น้อยลง CHAGEE ให้บริการระบบการจัดการร้านค้า (Electronic System) และแพลตฟอร์มข้อมูลออนไลน์สำหรับการดำเนินธุรกิจ การจัดตารางเวลา การบริหารจัดการ และการวางแผนเครือข่าย
การออกแบบและตกแต่งร้าน: CHAGEE ให้บริการแผนการออกแบบและตกแต่งร้าน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกสาขามีภาพลักษณ์ที่เป็นมาตรฐานและน่าดึงดูดใจ
การตลาดและการส่งเสริมการขาย: CHAGEE ดำเนินกิจกรรมทางการตลาดและส่งเสริมการขายแบบรวมศูนย์ โดยมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่แฟรนไชส์ซีร่วมรับผิดชอบ ซึ่งช่วยเสริมสร้างการรับรู้และการเติบโตของแบรนด์ในภาพรวม
การตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐาน: CHAGEE มีการตรวจสอบความปลอดภัยของอาหาร การเฝ้าระวังจุลชีววิทยา และการตรวจสอบการควบคุมอัคคีภัย เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุด
การปรับปรุงและอัปเดต: CHAGEE มีสิทธิ์เรียกร้องให้แฟรนไชส์ซีทำการอัปเดตหรือปรับเปลี่ยนนโยบาย กฎระเบียบ การตกแต่ง เครื่องจักร อุปกรณ์ และระบบซอฟต์แวร์ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางของแบรนด์
คุณสมบัติและข้อกำหนดสำหรับผู้สมัครแฟรนไชส์
CHAGEE มองหาแฟรนไชส์ซีที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อรักษามาตรฐานและชื่อเสียงของแบรนด์ คุณสมบัติหลัก ๆ ที่ระบุในแบบฟอร์มสัญญาประกอบด้วย:
สถานะทางกฎหมาย: ต้องเป็นบุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท ที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลและมีความสามารถในการทำสัญญา
ใบอนุญาตและเอกสารที่จำเป็น: แฟรนไชส์ซีต้องรับผิดชอบในการขอใบอนุญาตและใบรับรองที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับการดำเนินธุรกิจ รวมถึงใบอนุญาตประกอบธุรกิจ การจดทะเบียนภาษีอากร ใบอนุญาตประกอบกิจการอาหาร และใบรับรองสุขภาพที่เกี่ยวข้อง
ข้อจำกัดการใช้ชื่อแบรนด์: ห้ามใช้คำว่า “霸王茶姬”, “国潮茶姬”, “国潮”, “茶姬” หรือ “CHAGEE” หรือคำที่คล้ายคลึงกันในชื่อธุรกิจของแฟรนไชส์ซีโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก CHAGEE
การบริหารจัดการบุคลากรที่เป็นอิสระ: แฟรนไชส์ซีต้องรับผิดชอบในการบริหารจัดการพนักงานของตนเองอย่างเป็นอิสระ โดยไม่มีความสัมพันธ์ในการจ้างงานกับ CHAGEE
ความเข้าใจในความเสี่ยง: ผู้สมัครต้องเข้าใจว่าความสำเร็จของธุรกิจขึ้นอยู่กับความพยายามของตนเอง และ CHAGEE ไม่มีการรับประกันผลกำไร
ความสามารถในการเปิดร้านตามกำหนด: ต้องเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการภายในระยะเวลาที่กำหนดหลังจากลงนามสัญญา (มีบทลงโทษหากล่าช้า)
การปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด: รวมถึงการปฏิบัติตามแผนการออกแบบและตกแต่งร้าน การจัดซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์ที่กำหนด การรักษามาตรฐานคุณภาพ ราคา และสุขอนามัย
ความรับผิดชอบทางกฎหมาย: แฟรนไชส์ซีต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดกับบุคคลที่สาม การจัดการข้อร้องเรียนของลูกค้า การแก้ไขปัญหาด้านคุณภาพอาหาร การปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานและสุขอนามัย
เงื่อนไขและข้อตกลงในสัญญาแฟรนไชส์
สัญญาแฟรนไชส์ของ CHAGEE เป็นเอกสารที่ครอบคลุมและมีผลผูกพันทางกฎหมาย การทำความเข้าใจข้อกำหนดหลัก ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ:
องค์ประกอบของสัญญา
สัญญาแฟรนไชส์ประกอบด้วย “Individual Store Franchise Contract” และเอกสารแนบท้ายต่าง ๆ เช่น นโยบายการลงทุน (Investment Policy), ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของอาหาร (Food Safety), กฎการจัดการร้านค้า (Store Management Rules) และระบบการดำเนินงานออนไลน์ (Online Operation System)
ระยะเวลาสัญญาและการต่ออายุ
ระยะเวลา: สัญญาจะมีระยะเวลาที่กำหนดไว้ (โดยทั่วไปเป็นปี)
การต่ออายุ: แฟรนไชส์ซีที่มีผลงานดี ไม่มีการละเมิดสัญญา ดำเนินการอย่างถูกกฎหมาย และชำระค่าใช้จ่ายครบถ้วน จะได้รับสิทธิ์ในการพิจารณาต่ออายุสัญญาเป็นอันดับแรก การต่ออายุจะเป็นไปตามนโยบายและสัญญาฉบับล่าสุดของ CHAGEE โดยทั่วไป จะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์สำหรับการต่ออายุสัญญา
ระยะเวลาพิจารณา (Cooling-Off Period)
สำหรับสัญญาแฟรนไชส์ฉบับแรก อาจมีระยะเวลา “Cooling-Off Period” (ระยะเวลาให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์ทบทวน) ซึ่งแฟรนไชส์ซีสามารถยกเลิกสัญญาและขอเงินคืนได้ (เฉพาะค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์และเงินมัดจำ) โดยหักค่าธรรมเนียมบริการที่สมเหตุสมผล
การยุติสัญญา
สัญญาอาจสิ้นสุดลงเนื่องจาก:
ครบกำหนดระยะเวลาสัญญา: ไม่มีการต่ออายุ
เหตุสุดวิสัย (Force Majeure): เหตุการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้
การละเมิดสัญญาโดยแฟรนไชส์ซี: เช่น การไม่ชำระค่าใช้จ่าย การละเมิดข้อกำหนดสำคัญ หรือการดำเนินงานที่ต่ำกว่ามาตรฐานอย่างร้ายแรง CHAGEE มีสิทธิ์ระงับการจัดหาสินค้า/ระบบ ยกเลิกสัญญาฝ่ายเดียว หรือริบค่าธรรมเนียมต่าง ๆ
การสมัครขอย้ายทำเล: หากได้รับการอนุมัติให้ย้ายทำเล อาจถือเป็นการสิ้นสุดสัญญาเดิมและเริ่มสัญญาใหม่
ภาระผูกพันหลังสิ้นสุดสัญญา
เมื่อสัญญาแฟรนไชส์สิ้นสุดลง แฟรนไชส์ซีจะถูกห้ามใช้ชื่อแบรนด์ CHAGEE จะต้องลบป้าย เครื่องหมาย และยกเลิกบัญชีโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ หากไม่ปฏิบัติตามอาจมีบทลงโทษและต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย
การระงับข้อพิพาทและกฎหมายที่ใช้บังคับ
ข้อพิพาทจะถูกแก้ไขโดยการเจรจา หากไม่สามารถตกลงกันได้ จะนำเข้าสู่กระบวนการทางศาลที่ตั้งของ CHAGEE (ในประเทศจีน) ซึ่งบ่งชี้ว่า กฎหมายของสาธารณรัฐประชาชนจีนจะเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับ
การลงทุนแฟรนไชส์ CHAGEE: ค่าใช้จ่ายและข้อกำหนด
การลงทุนในแฟรนไชส์ CHAGEE ถือเป็นการลงทุนในระดับพรีเมียม ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพของแบรนด์และระบบการจัดการที่เข้มแข็ง แม้ว่าตัวเลขที่แน่นอนจะถูกเปิดเผยในระหว่างกระบวนการสมัครเท่านั้น แต่เราสามารถระบุประเภทของค่าใช้จ่ายและประมาณการได้จากข้อมูลที่ค้นพบ:
ประมาณการค่าใช้จ่าย (อ้างอิงจากตลาดจีน)
จากรายงานข่าวของ Kr Asia ค่าใช้จ่ายในการเปิดร้าน CHAGEE หนึ่งสาขาในประเทศจีนอยู่ที่ประมาณ 600,000 หยวน (ประมาณ 84,000 ดอลลาร์สหรัฐ) แต่สำหรับร้านค้าเจนเนอเรชั่นที่สาม ค่าใช้จ่ายอาจสูงถึง 1.5 ล้านหยวน (ประมาณ 210,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับค่าแฟรนไชส์ชานมอื่น ๆ ในตลาด
ประเภทของค่าใช้จ่ายแฟรนไชส์ (ตามแบบฟอร์มสัญญา)
แบบฟอร์มสัญญาแฟรนไชส์ของ CHAGEE ระบุประเภทของค่าใช้จ่ายที่แฟรนไชส์ซีต้องรับผิดชอบ ดังนี้:
ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ (Franchise Fee): เป็นค่าใช้จ่ายก้อนแรกที่ไม่สามารถขอคืนได้ (Non-Refundable) เมื่อมีการเซ็นสัญญา
ค่าธรรมเนียมการใช้เครื่องหมายการค้า (Trademark / Brand Fee): เป็นค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับการใช้แบรนด์และเครื่องหมายการค้าของ CHAGEE
เงินมัดจำ (Deposit): เป็นเงินประกัน ซึ่งโดยทั่วไปจะสามารถขอคืนได้ภายใต้เงื่อนไขที่ระบุในสัญญาเมื่อสิ้นสุดสัญญาและไม่มีการละเมิดข้อตกลง
ค่าสิทธิ (Royalties): เป็นค่าใช้จ่ายต่อเนื่องที่คิดจาก เปอร์เซ็นต์ของยอดขายรวมรายเดือน (Monthly GMV) ซึ่งบางครั้งอาจมีการหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานบางส่วน หาก CHAGEE เข้ามาบริหารจัดการบางส่วน
ค่าใช้จ่ายทางการตลาด (Marketing Expense): เป็นค่าใช้จ่ายต่อเนื่องที่คิดจาก เปอร์เซ็นต์ของยอดขายรวมรายเดือน (Monthly GMV) โดยเงินส่วนนี้จะถูกนำไปใช้ในการดำเนินกิจกรรมทางการตลาดและการส่งเสริมการขายในภาพรวมของแบรนด์
ค่าตกแต่งและออกแบบร้าน (Store Decoration and Design Costs): แฟรนไชส์ซีต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตกแต่งและออกแบบร้านทั้งหมด โดยจะต้องใช้ผู้รับเหมาที่ CHAGEE กำหนด และปฏิบัติตามแผนการออกแบบที่ CHAGEE จัดหาให้ เพื่อคงไว้ซึ่งภาพลักษณ์และมาตรฐานของแบรนด์
ค่าฝึกอบรมเริ่มต้น (Initial Training Costs): เป็นค่าใช้จ่ายที่แฟรนไชส์ซีต้องรับผิดชอบสำหรับการฝึกอบรมพนักงาน โดยครอบคลุมค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าอาหารของผู้เข้าอบรม
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (Miscellaneous Costs): อาจมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่ากำจัดศัตรูพืชประจำปี หรือค่าบำรุงรักษาระบบต่าง ๆ ที่จำเป็น
ข้อกำหนดสำคัญด้านการจัดซื้อและการดำเนินงาน
การจัดซื้อสินค้าจากแหล่งที่กำหนด: แฟรนไชส์ซีถูกบังคับให้จัดซื้อสินค้าทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักร อุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และเครื่องแบบพนักงาน จาก CHAGEE หรือซัพพลายเออร์ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น โดยต้องชำระเงินสดก่อนการจัดส่ง
การปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด: แฟรนไชส์ซีต้องยึดมั่นในข้อกำหนดของ CHAGEE อย่างเคร่งครัดในเรื่องคุณภาพวัตถุดิบ สูตรการผลิต บรรจุภัณฑ์ สภาพแวดล้อม สุขาภิบาล การบริการ และการกำหนดราคาที่เป็นมาตรฐานในภูมิภาคเดียวกัน
ระบบการจัดการอิเล็กทรอนิกส์: แฟรนไชส์ซีต้องใช้ระบบการจัดการร้านค้าอิเล็กทรอนิกส์ของ CHAGEE เพื่อการจัดการข้อมูลธุรกิจและการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ
การเข้าร่วมระบบสมาชิก: แฟรนไชส์ซีต้องเข้าร่วมในระบบบัตรสมาชิกแบบเติมเงินของ CHAGEE เพื่อส่งเสริมความภักดีของลูกค้าและเก็บข้อมูลการขาย
CHAGEE ในประเทศไทย: โอกาสและการพิจารณา
CHAGEE ได้เข้ามาในประเทศไทยอย่างเป็นทางการและกำลังขยายสาขา โดยมี CHAGEE (Thailand) ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2024 โดยมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ และมีนักลงทุนอย่าง Cha Explorer Co., Ltd. และ Thai President Foods เข้ามาร่วมลงทุน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงโครงสร้างที่แข็งแกร่งในตลาดไทย
การกลับมาและการขยายตัว: CHAGEE ได้ “กลับมาอย่างเป็นทางการ” ในประเทศไทยพร้อมคอนเซ็ปต์ “Tea Bars” ใหม่ที่เปิดตัวในทำเลพรีเมียมอย่าง Exchange Tower, Park Silom และ Vanit Village โดยมีแผนที่จะเปิดเพิ่มอีกอย่างน้อย 5 สาขาภายในสิ้นปี 2025
โปรแกรมสะสมคะแนนและความภักดี: CHAGEE ในไทยมีการนำเสนอโปรแกรมสมาชิกผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น Welcome Rewards, Tiered Rewards, Birthday Treats และส่วนลดพิเศษในวันพุธ สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างฐานลูกค้าและส่งเสริมยอดขาย
ข้อได้เปรียบด้านต้นทุน (สำหรับบางกรณี): ในฐานะแบรนด์ F&B สัญชาติจีนที่เข้ามาในไทย CHAGEE อาจได้รับประโยชน์จากนโยบายการค้าบางอย่าง เช่น การยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท (แม้ว่ามีการเก็บ VAT ในภายหลัง) ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนวัตถุดิบบางประเภท อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเฉพาะของค่าใช้จ่ายแฟรนไชส์ในไทยยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ
สิ่งที่นักลงทุนในไทยควรพิจารณา
ต้นทุนการลงทุน: แม้จะไม่มีตัวเลขเฉพาะสำหรับประเทศไทย แต่จากประมาณการในจีนที่สูงถึง $84,000 – $210,000 (ประมาณ 3 ล้าน – 7.5 ล้านบาท) สำหรับค่าติดตั้งร้านค้าเบื้องต้น (ไม่รวมค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์และค่าใช้จ่ายดำเนินการต่อเนื่อง) แฟรนไชส์ซีควรเตรียมเงินลงทุนที่สูงพอสมควร
การแข่งขันในตลาด: ตลาดชานมในไทยมีการแข่งขันสูง แต่ CHAGEE วางตำแหน่งตัวเองเป็นชาพรีเมียมที่แตกต่าง ซึ่งอาจช่วยสร้างความได้เปรียบ
การบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล: CHAGEE มีระบบที่แข็งแกร่งและเข้มงวด แฟรนไชส์ซีต้องพร้อมที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานและกระบวนการที่กำหนดอย่างเคร่งครัด
กลยุทธ์ของบริษัทแม่: กรณีการถอนแฟรนไชส์ในสิงคโปร์เพื่อเปลี่ยนเป็นร้านที่บริษัทเป็นเจ้าของเอง เป็นสิ่งที่นักลงทุนควรพิจารณาถึงความยืดหยุ่นของกลยุทธ์บริษัทในตลาดต่างประเทศ
บทสรุป: โอกาสและความท้าทายในการลงทุนแฟรนไชส์ CHAGEE
CHAGEE นำเสนอโอกาสการลงทุนที่น่าดึงดูดใจสำหรับผู้ที่มองหาธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีแบรนด์แข็งแกร่ง มีการเติบโตสูง และมีระบบการจัดการที่เป็นเลิศ ด้วยการสนับสนุนที่ครอบคลุมตั้งแต่การฝึกอบรม การจัดการห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงการตลาดและการควบคุมคุณภาพ ทำให้แฟรนไชส์ซีสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ
อย่างไรก็ตาม การลงทุนนี้มาพร้อมกับความท้าทายและข้อควรพิจารณาที่สำคัญ:
เงินลงทุนสูง: แฟรนไชส์ซีควรเตรียมพร้อมสำหรับเงินลงทุนเริ่มต้นที่ค่อนข้างสูงตามข้อมูลจากตลาดจีน
ข้อกำหนดที่เข้มงวด: การปฏิบัติตามมาตรฐานและข้อกำหนดของ CHAGEE อย่างเคร่งครัดเป็นสิ่งจำเป็น
การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ในต่างประเทศ: กรณีของสิงคโปร์แสดงให้เห็นว่า CHAGEE อาจปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในตลาดต่างประเทศได้ ซึ่งเป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรตระหนัก
สำหรับผู้ที่สนใจอย่างจริงจังใน แฟรนไชส์ CHAGEE ไม่ว่าจะในประเทศไทยหรือต่างประเทศ ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญที่สุดคือการ ติดต่อสอบถามโดยตรงกับ CHAGEE หรือตัวแทนอย่างเป็นทางการ เพื่อขอข้อมูลที่เจาะจงและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย รายละเอียดสัญญา และข้อกำหนดสำหรับตลาดที่คุณสนใจ การพูดคุยโดยตรงจะช่วยให้คุณได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและตอบข้อสงสัยเฉพาะของคุณได้อย่างแม่นยำที่สุด ก่อนที่จะตัดสินใจก้าวเข้าสู่โอกาสการลงทุนที่น่าตื่นเต้นนี้!
Related Posts

Taco Bell

Krispy Kreme
สนใจสร้างธุรกิจแฟรนไชส์
A short description introducing your business and the services to visitors.





