สายเส้นต้องระวัง! ล่าสุด สภาองค์กรของผู้บริโภค ร่วมกับนิตยสารฉลาดซื้อ และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้เปิดเผย ผลสำรวจสุดช็อก! จากการเก็บตัวอย่างก๋วยเตี๋ยวจาก 19 ร้านแฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยว พบว่าทุกร้านมีปริมาณโซเดียมสูงเกินค่ามาตรฐาน! นี่อาจเป็นภัยเงียบที่หลายคนคาดไม่ถึง โดยเฉพาะคนที่ทานก๋วยเตี๋ยวเป็นประจำ
การสำรวจครั้งนี้ ได้เก็บตัวอย่างจากก๋วยเตี๋ยว 2 ประเภท ได้แก่
ตัวอย่างถูกสุ่มซื้อจากหน้าร้าน 14 ร้าน และผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ 5 ร้าน
ระยะเวลาการเก็บข้อมูล: วันที่ 5-8 มกราคม 2568
พื้นที่สำรวจ: กรุงเทพฯ และปริมณฑล
ทำไมโซเดียมในก๋วยเตี๋ยวถึงสูง?
จากการวิเคราะห์พบว่า ปริมาณโซเดียมในก๋วยเตี๋ยวเหล่านี้ สูงเกินกว่าค่ามาตรฐานที่แนะนำ ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยต่อไปนี้:
จากการตรวจสอบตัวอย่างก๋วยเตี๋ยว 19 ร้าน พบว่าเมนูที่ให้พลังงานสูงสุดคือ หมี่หมูน้ำตกจากร้านก๋วยเตี๋ยวเรือโกฮับ ซึ่งมีพลังงานสูงถึง 500 กิโลแคลอรีต่อถ้วย ในขณะที่เมนูพลังงานต่ำสุดคือ บะหมี่หมูแดงจากร้านราชาบะหมี่เกี๊ยว ซึ่งให้พลังงานเพียง 190 กิโลแคลอรีต่อถ้วย
โดยภาพรวมแล้ว ค่าเฉลี่ยพลังงานของก๋วยเตี๋ยวจากร้านแฟรนไชส์อยู่ที่ 348 กิโลแคลอรีต่อถ้วย (ช่วงต่ำสุด 190 กิโลแคลอรี – สูงสุด 500 กิโลแคลอรี) ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ที่กรมอนามัยกำหนดว่าควรมีพลังงานไม่เกิน 600 กิโลแคลอรีต่อมื้อ
เปรียบเทียบพลังงานตามประเภทเส้น
บะหมี่หมูแดง (9 ตัวอย่าง) มีค่าพลังงานเฉลี่ยที่ 336 กิโลแคลอรีต่อถ้วย (190 – 463 กิโลแคลอรี)
เส้นหมี่หมูน้ำตก มีค่าพลังงานเฉลี่ยที่ 360 กิโลแคลอรีต่อถ้วย (220 – 500 กิโลแคลอรี)
อีกหนึ่งตัวเลขที่ต้องจับตามองคือ ปริมาณน้ำตาล จากผลสำรวจพบว่าเมนูที่มีน้ำตาลสูงสุดคือ หมี่หมูน้ำตกจากร้านก๋วยเตี๋ยวเรือโกฮับ ซึ่งมีน้ำตาลสูงถึง 24 กรัมต่อถ้วย (500 กรัม) ในขณะที่เมนูที่มีน้ำตาลน้อยที่สุดคือ หมี่หมูน้ำตกจากร้านโกเด้ง โฮเด้ง ซึ่งมีปริมาณน้ำตาลต่ำกว่า 1 กรัมต่อถ้วย
โดยค่าเฉลี่ยปริมาณน้ำตาลทั้งหมดของก๋วยเตี๋ยวแฟรนไชส์อยู่ที่ 8.4 กรัมต่อถ้วย (ช่วงต่ำสุด 3 กรัม – สูงสุด 24 กรัม) ซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับ เกณฑ์เมนูชูสุขภาพของกรมอนามัยที่กำหนดให้มีน้ำตาลไม่เกิน 2 กรัมต่อมื้อ
เปรียบเทียบน้ำตาลตามประเภทเส้น
บะหมี่หมูแดง (9 ตัวอย่าง) มีปริมาณน้ำตาลเฉลี่ย 5 กรัมต่อหน่วยบริโภค 500 กรัม (2-9 กรัม)
เส้นหมี่หมูน้ำตก มีปริมาณน้ำตาลเฉลี่ย 11 กรัมต่อหน่วยบริโภค 500 กรัม (0-24 กรัม)
จากการวิเคราะห์ตัวอย่างก๋วยเตี๋ยว 19 ร้าน พบว่าเมนูที่มีโซเดียมสูงที่สุดคือ หมี่หมูน้ำตกจากร้านปัญจะรส มีปริมาณโซเดียมสูงถึง 3,820 มิลลิกรัมต่อถ้วย ในขณะที่เมนูที่มีโซเดียมต่ำที่สุดคือ บะหมี่หมูแดงจากร้านสหชัย ซึ่งยังสูงถึง 1,340 มิลลิกรัมต่อถ้วย
โดยเฉลี่ยแล้ว ปริมาณโซเดียมของก๋วยเตี๋ยวทุกเจ้าสูงถึง 2,512 มิลลิกรัมต่อถ้วย ซึ่งถือว่าสูงกว่ามาตรฐานที่กรมอนามัยแนะนำไว้ที่ 700 มิลลิกรัมต่อหนึ่งมื้ออาหาร ไปหลายเท่าเลยทีเดียว!
เปรียบเทียบปริมาณโซเดียมตามประเภทก๋วยเตี๋ยว
เห็นตัวเลขแบบนี้แล้ว รู้เลยว่าก๋วยเตี๋ยวที่เราคิดว่าเป็นอาหารเบาๆ อาจไม่เบาเท่าที่คิด!
นอกจากโซเดียมแล้ว ไขมันก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องจับตามอง โดยจากผลสำรวจพบว่า เมนูที่มีไขมันสูงที่สุดคือ เส้นหมี่หมูน้ำตกจากร้านก๋วยเตี๋ยวเรือโกฮับ มีไขมันรวมถึง 20 กรัมต่อถ้วย ขณะที่เมนูไขมันต่ำที่สุดคือ บะหมี่หมูแดงจากร้านราชาบะหมี่เกี๊ยว มีไขมันเพียง 4.5 กรัมต่อถ้วย
เปรียบเทียบปริมาณไขมันตามประเภทก๋วยเตี๋ยว
หากเทียบกับมาตรฐานกรมอนามัยที่กำหนดว่า อาหารจานเดียวควรมีไขมันไม่เกิน 10 กรัมต่อมื้อ พบว่า มีเพียง 11 ตัวอย่าง (58%) ที่ผ่านเกณฑ์ ส่วนที่เหลือ 8 ตัวอย่าง (42%) มีปริมาณไขมันเกินมาตรฐาน
เห็นได้ชัดว่าก๋วยเตี๋ยวในแฟรนไชส์ส่วนใหญ่มีทั้งโซเดียมและไขมันที่สูงกว่ามาตรฐานสุขภาพ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพระยะยาวได้ เช่น ความดันโลหิตสูง โรคไต หรือโรคหัวใจ
สำหรับคนที่ชอบกินก๋วยเตี๋ยวแต่ไม่อยากเสี่ยงสุขภาพ แนะนำให้ เลือกร้านที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพดี และ ลดปริมาณน้ำซุปหรือเครื่องปรุง เพื่อช่วยลดปริมาณโซเดียมและไขมันที่ร่างกายได้รับ
ท้ายนี้ผู้บริโภคควรเลือกทานอย่างระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเติมเครื่องปรุงเพิ่ม ลดปริมาณน้ำซุป และเลือกร้านที่มีการควบคุมปริมาณน้ำตาลและโซเดียมได้มาตรฐานมากที่สุด
ติดตาม ข่าวสารแฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยว และเคล็ดลับสุขภาพดีๆ ได้ที่นี่!
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
แชร์ข่าวสารนี้บน Social Media
เขียนโดยทีม Longtunfranchise.com แชร์จากประสบการณ์การทำงานในด้าน การลงทุนแฟรนไชส์ พันธมิตรที่พร้อมเคียงข้างธุรกิจแฟรนไชส์ของคุณ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมา พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ที่พร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนทุกขั้นตอน